GTO Poker หรือ Game Theory Optimal เป็นแนวคิดที่เปลี่ยนโฉมหน้าของโป๊กเกอร์สมัยใหม่อย่างสิ้นเชิง แนวทางนี้ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์และทฤษฎีเกมเพื่อหากลยุทธ์ที่ “ไม่สามารถถูก Exploit ได้” หมายความว่าไม่ว่าคู่แข่งจะเล่นอย่างไร คุณจะไม่เสียเปรียบในระยะยาว แนวคิดนี้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ในวงการโป๊กเกอร์ระดับสูงบทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ตั้งแต่หลักการพื้นฐาน แนวคิดสำคัญอย่าง Nash Equilibrium และ Balance Range ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ใน Pre-flop และ Post-flop เมื่ออ่านจบคุณจะมีความเข้าใจพื้นฐานที่ดีเกี่ยวกับ GTO และสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาเกมของคุณได้ต้องบอกไว้ก่อนว่า หัวข้อที่ซับซ้อนมากและไม่มีใครสามารถเล่นได้ Perfect GTO แม้แต่คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังที่สุด กลยุทธ์โป๊กเกอร์ แต่การเข้าใจหลักการจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นและรู้ว่าทำไมบาง Play ถึงถูกต้อง บทความนี้จะเน้นที่การอธิบายแนวคิดให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่การลงลึกทางคณิตศาสตร์
ทำความรู้จัก GTO Poker แนวคิดพื้นฐานที่เปลี่ยนโป๊กเกอร์สมัยใหม่
ย่อมาจาก Game Theory Optimal หมายถึงกลยุทธ์ที่อิงจากทฤษฎีเกม (Game Theory) ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของคณิตศาสตร์ที่ศึกษาการตัดสินใจในสถานการณ์ที่มีผู้เล่นหลายคนและแต่ละคนพยายามทำให้ตัวเองได้ประโยชน์สูงสุด ในโป๊กเกอร์ GTO หมายถึงกลยุทธ์ที่ทำให้คุณไม่สามารถถูก Exploit ได้ไม่ว่าคู่แข่งจะเล่นอย่างไรหลักการของ GTO Pokerการเล่นแบบ “Unexploitable” หมายความว่าถ้าคุณเล่นตาม GTO อย่างสมบูรณ์แบบ คู่แข่งจะไม่สามารถหา Strategy ที่ชนะคุณได้ในระยะยาว แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าคุณเล่นอย่างไรก็ตาม นี่คือจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของ GTO ที่ทำให้มันเป็นที่นิยมในวงการโป๊กเกอร์ระดับสูงสิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจเกี่ยวมันไม่ใช่กลยุทธ์ที่ทำเงินได้มากที่สุดเสมอไป GTO เป็นกลยุทธ์ที่ “ปลอดภัย” ที่สุด ถ้าคู่แข่งเล่นผิดพลาด คุณจะได้กำไร แต่ถ้าพวกเขาเล่นผิดพลาดมากๆ การเล่นแบบ Exploitative (ปรับตามจุดอ่อนของคู่แข่ง) อาจทำเงินได้มากกว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีใครสามารถเล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่ซอฟต์แวร์ Solver ที่ทรงพลังที่สุดก็ใช้การประมาณค่า (Approximation) เท่านั้น แต่การเรียนรู้หลักการของ GTO จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไมบาง Play ถึงถูกต้อง และช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นในสถานการณ์ที่ซับซ้อน

ประวัติและการพัฒนาของGTO Pokerในวงการโป๊กเกอร์
ทฤษฎีเกมถูกพัฒนาโดย John von Neumann และ John Nash ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 แต่GTO Pokerเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในวงการโป๊กเกอร์ในช่วงปี 2010s เมื่อซอฟต์แวร์ Solver เช่น PioSOLVER และ GTO+ เริ่มเป็นที่นิยม ทำให้ผู้เล่นสามารถศึกษา GTO Solutions ได้ง่ายขึ้นก่อนยุค ผู้เล่นส่วนใหญ่ใช้ Exploitative Strategy โดยอาศัยการอ่านคู่แข่งและปรับตามจุดอ่อน แต่เมื่อ Solvers มาถึง มันเปิดเผยว่าหลายๆ Play ที่เคยคิดว่าถูกต้องนั้นจริงๆ แล้วผิด และมี Play ที่ดีกว่ามากจากมุมมองทางทฤษฎีปัจจุบันกลายเป็นมาตรฐานในการเรียนรู้โป๊กเกอร์ระดับสูง ผู้เล่นมืออาชีพส่วนใหญ่ศึกษา Solver Outputs เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อม แม้ว่าในการเล่นจริงพวกเขาอาจจะ Deviate จาก GTO เพื่อ Exploit คู่แข่งที่เฉพาะเจาะจงก็ตาม
หลักการสำคัญของGTO PokerNash Equilibrium และ Balance
หัวใจของGTO Pokerแนวคิด Nash Equilibrium ซึ่งตั้งชื่อตาม John Nash นักคณิตศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลโนเบล Nash Equilibrium คือสถานะที่ทั้งสองฝ่าย (หรือมากกว่า) ไม่มีใครสามารถเปลี่ยน Strategy เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้ ถ้าอีกฝ่ายไม่เปลี่ยนตามในบริบทถ้าทั้งคุณและคู่แข่งเล่นตาม Nash Equilibrium ทั้งคู่จะไม่มีใครสามารถเปลี่ยน Strategy เพื่อให้ได้ EV (Expected Value) ดีขึ้นได้ นี่คือเหตุผลที่ GTO ถูกเรียกว่า “Unexploitable” เพราะไม่ว่าคู่แข่งจะทำอะไร คุณจะไม่เสียเปรียบอีกหลักการสำคัญในBalance หมายถึงการมี Range ที่ประกอบด้วยทั้ง Value Hands และ Bluffs ในสัดส่วนที่เหมาะสม ถ้าคุณ Bet เฉพาะเมื่อมีมือแข็ง คู่แข่งจะ Fold ทุกครั้ง ถ้าคุณ Bluff มากเกินไป คู่แข่งจะ Call ทุกครั้ง การ Balance ทำให้คู่แข่งไม่สามารถ Exploit คุณได้
Nash Equilibrium อธิบายง่าย: หัวใจGTO Poker
ลองนึกภาพง่ายๆ ของ Nash Equilibriumสมมติว่าเป็นสถานการณ์ River ที่ Pot มี 100 และคุณ Bet 100 คู่แข่งต้อง Call 100 เพื่อชิง 200 ดังนั้นพวกเขาต้องการโอกาสชนะ 33% เพื่อ Break Even ถ้าคุณ Bluff มากกว่า 33% พวกเขาควร Call ทุกครั้ง ถ้าน้อยกว่า พวกเขาควร Fold ทุกครั้งตามคุณควร Bluff ที่อัตรา 33% พอดี ทำให้คู่แข่ง “Indifferent” หมายความว่าไม่ว่าจะ Call หรือ Fold ก็ได้ EV เท่ากัน ในขณะเดียวกันคู่แข่งก็ควร Call ที่อัตราที่ทำให้คุณ Indifferent ระหว่าง Value Bet และ Bluff นี่คือ Nash Equilibrium ที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถ Improve ได้สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Nash Equilibrium ในมันไม่ใช่การ “ชนะ” แต่เป็นการ “ไม่แพ้” ในตัวอย่างข้างต้น ถ้าทั้งสองฝ่ายเล่นตาม Equilibrium ผลลัพธ์ในระยะยาวจะเป็น Zero Sum แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง Deviate ฝ่ายที่ยังคงเล่นตาม GTO จะได้เปรียบ
การ Balance Range: ศิลปะแห่งความสมดุลใน GTO Poker
การ Balance Range เป็นหัวใจของทางปฏิบัติ หมายถึงการทำให้ Range ของคุณในแต่ละ Action ประกอบด้วยทั้งมือที่แข็งและมือที่ไม่แข็ง (Bluffs) ในสัดส่วนที่เหมาะสม ทำให้คู่แข่งไม่สามารถ Exploit คุณได้ไม่ว่าพวกเขาจะ Call หรือ Foldตัวอย่าง Balance Rangeถ้าคุณ C-bet บน Flop ด้วย Range ที่ Balance คุณจะมีทั้ง Strong Hands (Top Pair+), Medium Hands (Middle Pair) และ Bluffs (Air, Draws) ในสัดส่วนที่ทำให้คู่แข่งไม่สามารถตัดสินใจได้ง่ายๆ ว่าจะ Call หรือ Foldข้อดีของการ Balance ตาม คุณจะไม่มีจุดอ่อนให้คู่แข่ง Exploit แต่ข้อเสียคืออาจไม่ได้ Maximize EV กับคู่แข่งที่เล่นไม่ดี ตัวอย่างเช่น ถ้าคู่แข่งเป็น Calling Station ที่ไม่เคย Fold การ Bluff ตามสัดส่วน GTO จะเสียเงินเปล่า ควร Bluff น้อยลงและ Value Bet มากขึ้น
GTO Pokervs Exploitative Play: สองแนวทางที่แตกต่าง
GTO Pokerและ Exploitative Play เป็นสองแนวทางหลักในการเล่นโป๊กเกอร์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง GTO เน้นการเล่นแบบ Balance และ Unexploitable ในขณะที่ Exploitative เน้นการปรับตามจุดอ่อนของคู่แข่งเฉพาะเจาะจง ทั้งสองแนวทางมีข้อดีข้อเสียต่างกันเหมาะกับสถานการณ์ที่คุณไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่ง หรือเมื่อคู่แข่งเก่งมากจนคุณไม่สามารถหาจุดอ่อนที่จะ Exploit ได้ ในกรณีนี้การเล่นตาม GTO จะทำให้คุณไม่เสียเปรียบ แม้ว่าจะไม่ได้ Maximize EV อย่างเต็มที่Exploitative Play เหมาะกับสถานการณ์ที่คุณมีข้อมูลเกี่ยวกับจุดอ่อนของคู่แข่ง เช่น รู้ว่าเขา Fold มากเกินไป หรือ Call มากเกินไป ในกรณีนี้การ Deviate เพื่อ Exploit จุดอ่อนจะทำเงินได้มากกว่า แต่ก็เสี่ยงถูก Counter-exploit ถ้าคู่แข่งปรับตัว
ในทางปฏิบัติ ผู้เล่นที่ดีที่สุดใช้ทั้งและ Exploitative Play ผสมผสานกัน พวกเขาเริ่มต้นจาก GTO เป็นพื้นฐาน แล้วค่อยๆ Deviate เมื่อเห็นจุดอ่อนของคู่แข่ง และพร้อมกลับมา GTO เมื่อคู่แข่งเริ่มปรับตัว

ข้อดีและข้อเสียของGTO Pokervs Exploitative Play
- ข้อดี: ไม่สามารถถูก Exploit ได้ – ไม่ว่าคู่แข่งจะเล่นอย่างไร คุณจะไม่เสียเปรียบ เหมาะกับการเล่นกับคู่แข่งที่ไม่รู้จักหรือคู่แข่งที่เก่งมาก
- ข้อเสีย: ไม่ได้ Maximize EV กับคู่แข่งที่อ่อน – ถ้าคู่แข่งมีจุดอ่อนชัดเจน การเล่นตาม GTO อาจไม่ได้ใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนนั้นอย่างเต็มที่
- Exploitative Play ข้อดี: ทำเงินได้มากกว่ากับคู่แข่งที่มีจุดอ่อน – ถ้าคุณรู้ว่าคู่แข่ง Fold มากเกินไป การ Bluff มากขึ้นจะทำเงินได้มากกว่า
- Exploitative Play ข้อเสีย: เสี่ยงถูก Counter-exploit – เมื่อคุณ Deviate จากคุณเปิดจุดอ่อนให้ตัวเอง ถ้าคู่แข่งสังเกตเห็นและปรับตัว คุณอาจเสียเปรียบ
แนวคิดสำคัญGTO PokerIndifference และ Frequencies
Indifference เป็นแนวคิดหลักGTO Pokerหมายถึงสถานะที่ผู้เล่นไม่มีความต้องการพิเศษที่จะเลือก Action ใด Action หนึ่ง เพราะทุก Option ให้ EV เท่ากัน เมื่อคุณทำให้คู่แข่ง Indifferent ระหว่าง Call และ Fold หมายความว่าคุณ Balance ได้สมบูรณ์แบบFrequenciesหมายถึงความถี่ที่คุณควรทำ Action ต่างๆ ตัวอย่างเช่น คุณควร C-bet กี่เปอร์เซ็นต์ของ Range คุณควร Bluff กี่เปอร์เซ็นต์ของ Betting Range การรู้ Optimal Frequencies ช่วยให้คุณ Balance ได้ถูกต้อง
Minimum Defense Frequency (MDF): ตัวเลขสำคัญGTO Poker
Minimum Defense Frequency (MDF) เป็นตัวเลขสำคัญหมายถึงเปอร์เซ็นต์ขั้นต่ำของ Range ที่คุณควร Continue (Call หรือ Raise) เมื่อเจอ Bet เพื่อไม่ให้คู่แข่ง Exploit ได้ด้วยการ Bluff ทุกครั้ง สูตร MDF คือ 1 – (Bet Size / (Pot + Bet Size))
GTO PokerPre-flop: การสร้าง Range ที่สมดุล
Pre-flop เริ่มจากการมี Opening Ranges ที่ชัดเจนสำหรับแต่ละ Position Solver แสดงให้เห็นว่า Optimal Ranges จะกว้างขึ้นเมื่อเข้าใกล้ Button เพราะมีผู้เล่นน้อยลงที่ยังต้อง Act และมีโอกาส Steal Blinds มากขึ้น3-betting Rangesต้อง Balance ระหว่าง Value และ Bluff โดยทั่วไป Solvers แนะนำให้ 3-bet ด้วย Premium Hands (AA, KK, AK) เป็น Value และใช้มือที่มี Blockers และ Playability (เช่น A5s, A4s, K5s) เป็น Bluffs การมี Balance ทำให้คู่แข่งไม่สามารถ Fold หรือ Call ได้อย่างถูกต้องเสมอ
Opening และ 3-betting Ranges ตามหลักGTO Poker
Opening Rangesจาก UTG (Under the Gun) ในโต๊ะ 6-max ควรอยู่ที่ประมาณ 15-17% ของมือ ประกอบด้วย Premium Pairs (AA-77), Broadway Hands (AKo-ATo, KQo-KJo, QJo), Suited Broadways (AKs-A2s, KQs-K9s, QJs-QTs, JTs) และบาง Suited Connectors (T9s, 98s)Button Ranges กว้างมาก อาจถึง 40-50% เพราะมีข้อได้เปรียบสูงสุด รวมถึง Pairs ทุกคู่, Suited Handsเกือบทั้งหมด, Offsuit Connectors หลายมือ และ Broadway Hands ที่หลากหลาย การเล่น Tight เกินไปจาก Button เป็น Leak ที่พบบ่อย
GTO PokerPost-flop: การตัดสินใจที่ซับซ้อน
Post-flop มีความซับซ้อนมากกว่า Pre-flop หลายเท่า เพราะมีตัวแปรมากขึ้น ทั้ง Board Texture, Relative Hand Strength, Position และ Range ของทั้งสองฝ่าย Solvers ต้องใช้การคำนวณมหาศาลเพื่อหา Optimal Strategy สำหรับแต่ละ SpotหลักการหลักPost-flop คือการ Bet และ Check ด้วย Balanced Ranges บน Flop ที่ดีสำหรับ Range ของคุณ (เช่น Board สูง เมื่อคุณเป็น Pre-flop Raiser) ควร Bet บ่อยขึ้น บน Flop ที่ดีสำหรับ Range ของคู่แข่ง ควร Check บ่อยขึ้น
C-bet Strategy ตามหลักGTO Poker
C-bet Frequency ตามGTO Pokerไม่ใช่ค่าคงที่ แต่ขึ้นอยู่กับ Board Texture และ Relative Ranges บน Dry High Card Boards (เช่น A-7-2 rainbow) ที่ดีสำหรับ Pre-flop Raiser Solvers แนะนำ C-bet Frequency สูง (70-80%) ด้วย Small Size (25-33% Pot)บน Wet Low Boards (เช่น 8-7-5 two-tone) ที่ดีสำหรับ Big Blind แนะนำ C-bet Frequency ต่ำลง (40-50%) และใช้ Larger Size (66-75% Pot) เมื่อ Bet เหตุผลคือ Range ของ BB มี Draws และ Pairs มากในมือเหล่านี้ ทำให้ต้องเลือก Bet เฉพาะมือที่แข็งจริงๆ
การเลือก Bet Size ตามหลักGTO Poker
Bet Sizingขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย หลักการง่ายๆ คือ Bet ใหญ่เมื่อ Range ของคุณ Polarized (มีทั้งมือที่แข็งมากและ Bluffs) และ Bet เล็กเมื่อ Range ของคุณ Merged (มีมือหลากหลายความแข็งแกร่ง)บน Dry Boards มักแนะนำ Small Bets (25-40% Pot) บ่อยๆ เพราะ Range ของคุณมี Equity Advantage แต่ไม่ได้ Polarized มาก การ Bet เล็กบ่อยๆ ทำให้คู่แข่งต้อง Defend กว้างและเสียเงินไปกับมือที่แพ้
เครื่องมือและซอฟต์แวร์สำหรับศึกษาGTO Poker
ารศึกษายุคปัจจุบันแทบจะเป็นไปไม่ได้โดยไม่ใช้ซอฟต์แวร์ Solver เพราะการคำนวณ Optimal Strategies ด้วยมือมนุษย์นั้นซับซ้อนเกินไป Solvers ใช้ Algorithm ที่ทรงพลังในการคำนวณ Nash Equilibrium และแสดงผลลัพธ์ให้ผู้เล่นศึกษาSolvers สำหรับทำงานโดยการ Input Ranges ของทั้งสองฝ่าย, Board, และ Bet Sizing Options จากนั้น Solver จะคำนวณ Strategy ที่ Optimal สำหรับทั้งสองฝ่าย แสดงผลเป็น Frequencies ที่ควรทำแต่ละ Action ด้วยแต่ละมือ
Solvers ยอดนิยมสำหรับศึกษาGTO Poker
- PioSOLVER – เป็น Solver ที่นิยมที่สุดสำหรับมี Interface ที่ใช้งานง่าย รองรับการวิเคราะห์ทั้ง Pre-flop และ Post-flop มีทั้ง Free Version และ Pro Version ที่ทรงพลังกว่า
- GTO+ – เป็น Solver ที่ราคาถูกกว่า PioSOLVER แต่ทรงพลังพอสำหรับผู้เริ่มต้นศึกษา เหมาะกับผู้ที่อยากลองใช้ Solver โดยไม่ต้องลงทุนมาก
- Simple Postflop – เป็น Solver ที่มี Training Features ในตัว ช่วยให้ผู้เล่นฝึกซ้อม ได้โดยตรง ไม่ใช่แค่ดู Solutions แต่ยังทดสอบความรู้ได้ด้วย
- MonkerSolver – เป็น Solver ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับPre-flop สามารถ Solve ทั้ง Tree ตั้งแต่ Pre-flop ถึง River ได้ แต่ต้องการ Hardware ที่แรงและใช้เวลา Solve นาน

ข้อจำกัดและความท้าทายของGTO Poker
แม้ว่าจะเป็นแนวทางที่ทรงพลัง แต่ก็มีข้อจำกัดหลายประการที่ผู้เล่นต้องเข้าใจ ข้อจำกัดแรกคือไม่มีใครสามารถเล่น Perfect GTO ได้ แม้แต่ผู้เล่นระดับโลกก็ทำได้แค่ Approximate การพยายาม Memorize ทุก Solver Output เป็นไปไม่ได้ข้อจำกัดที่สองมันใช้ได้ดีที่สุดเมื่อคู่แข่งเล่นใกล้เคียง GTO ด้วย ถ้าคู่แข่งเล่นไม่ดีมาก (เช่น Fold มากเกินไปหรือ Call มากเกินไป) การเล่นตาม GTO จะไม่ได้ Maximize EV คุณควร Deviate เพื่อ Exploit จุดอ่อนของพวกเขา
ทำไมGTO Pokerถึงไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์
ไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์เพราะมันออกแบบมาสำหรับคู่แข่งที่เล่น Optimally ถ้าคู่แข่งเล่นไม่ดี การเล่นตาม GTO จะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของพวกเขาอย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น ถ้าคู่แข่ง Fold 80% ต่อ C-bet การ C-bet ทุก Flop ด้วย ATC จะทำเงินมากกว่า GTOใน Live Low Stakes Games ที่ผู้เล่นส่วนใหญ่เป็น Recreational การใช้GTO Pokerอย่างเคร่งครัดอาจทำให้เสียโอกาส ผู้เล่นเหล่านี้มักจะ Call มากเกินไป ทำให้ Bluffing ไม่ได้ผล และ Value Betting Thin ได้มากขึ้น Exploitative Play มักจะทำเงินได้ดีกว่าในสถานการณ์แบบนี้
การผสมผสานGTO Pokerและ Exploitative Play อย่างลงตัว
ผู้เล่นที่ดีที่สุดรู้วิธีผสมผสาและ Exploitative Play อย่างลงตัว แนวทางที่แนะนำคือใช้ GTO เป็น Baseline หรือจุดเริ่มต้น แล้วค่อยๆ Deviate เมื่อเห็นจุดอ่อนของคู่แข่ง และพร้อมกลับมา GTO เมื่อคู่แข่งเริ่มปรับตัวตัวอย่างการผสมผสานGTO Pokerกับ Exploitative Play ถ้าคุณสังเกตว่าคู่แข่ง Fold to 3-bet สูงผิดปกติ (เช่น 75%+) คุณควร Deviate จาก GTO และ 3-bet บ่อยขึ้นด้วย Range ที่กว้างกว่า แต่ถ้าเขาเริ่ม Call หรือ 4-bet มากขึ้น คุณต้องปรับกลับมา
สรุปและแนวทางการศึกษาGTO Pokerอย่างเป็นระบบ
GTO Pokerหรือ Game Theory Optimal เป็นแนวคิดที่เปลี่ยนโฉมหน้าของโป๊กเกอร์สมัยใหม่ หลักการคือการเล่นแบบ Balanced และ Unexploitable ที่ทำให้คุณไม่เสียเปรียบไม่ว่าคู่แข่งจะเล่นอย่างไร แม้จะซับซ้อน แต่การเข้าใจพื้นฐานจะช่วยพัฒนาเกมได้มากสรุปแนวคิดหลัก ได้แก่ Nash Equilibrium (จุดที่ไม่มีใครสามารถ Improve ได้), Balance (มีทั้ง Value และ Bluffs ในสัดส่วนที่เหมาะสม), Indifference (ทำให้คู่แข่งไม่มี Preference ในการเลือก Action) และ Frequencies (ความถี่ที่ควรทำแต่ละ Action)

ขั้นตอนการเรียนรู้GTO Pokerสำหรับผู้เริ่มต้น
ขั้นตอนแรกในการเรียนรู้การเข้าใจ Concepts พื้นฐาน อ่านบทความ ดูวิดีโอ และทำความเข้าใจว่า Nash Equilibrium, Balance และ Frequencies หมายถึงอะไร อย่าเพิ่งลงลึกในตัวเลขก่อนเข้าใจภาพรวมขั้นตอนที่สองคือการเริ่มใช้ Solver ไม่จำเป็นต้องเป็น Solver ราคาแพง GTO+ หรือ Free Version ของ PioSOLVER ก็เพียงพอสำหรับผู้เริ่มต้น เลือก Spots ที่ Simple ก่อน เช่น Heads-Up ที่ River แล้วค่อยๆ ขยายไปสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น
แหล่งเรียนรู้GTO Pokerที่แนะนำ
แหล่งเรียนรู้ที่ดีมีหลายประเภท สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้เริ่มจาก YouTube Channels ที่อธิบาย Concepts เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย จากนั้นค่อยไปหาหนังสือหรือ Training Sites ที่ลงลึกมากขึ้นTraining Sites สำหรับGTO Pokerที่นิยม ได้แก่ Run It Once, Upswing Poker และ PokerCoaching แต่ละ Site มี Content ที่หลากหลายและมี Coaches ที่เก่งหลายคน เลือก Site ที่เหมาะกับสไตล์การเรียนรู้ของคุณขอให้คุณนำความรู้เกี่ยวไปใช้และพัฒนาเกมของคุณอย่างต่อเนื่อง จำไว้ว่า GTO เป็นการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง ไม่มีใครเล่น Perfect GTO ได้ แต่การเข้าใจหลักการจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นและเป็นผู้เล่นที่ดีขึ้น